<< E y E     (เหมือนป่ะ 5 5 5+) 

 

                    ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี

    EyE SayS :

              เมื่อ พ.ศ. 2310 ไทยได้เสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า หลังจากที่ถูกพม่าล้มกรุงอยู่นาน เมื่อพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกแล้ว ก็ได้กวาดต้อนผู้คนและเจ้านายหลายพระองค์ไปเป็นเชลยศึกที่เมืองพม่า และยังเผาทำลายเมือง วัดวาอาราม บ้านเมืองราษฎร และเผาพระพุทธรูปที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาคือ พระศรีสรรเพชญดาญาณ เพื่อนำทองที่หุ้มพระองค์อยู่ข้างนอกกลับไปพม่าด้วย สภาพบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพที่ที่ถูกทำลายเสียหายเป็นอย่างมาก

      แม่ทัพพม่า คือ เนเมียวสีหบดี  ก็ได้มอบหมายให้สุกี้ นายกองคุมทหาร 3000 คน ตั้งอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น  และให้นายทองอินทร์ที่ไปเข้ากับพม่าเป็นคนจัดการเก็บทรัพย์สินและกวาดต้อนผู้คนเพื่อนำกลับไปพม่า และยกทัพกลับเมืองพม่า โดยไม่ได้ตั้งใจให้ผู้ใดเป็นผู้ปกครองกรุงศรีอยุธยาอย่างเป็นทางการ เจ้าเมืองใหญ่ต่างๆที่พม่ามิได้เดินทางผ่านจึงตั้งตัวเป็นชุมนุมขึ้น มีชุมนุมที่สำคัญดังนี้

     1.ชุมนุมพระยาพิษณุโลก เป็นชุมนุมที่สำคัญทางตอนเหนือ เนี่องจากเจ้าพระยาพิษณุโลกเป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่มีความสามารถมากทั้งด้านการรบ และการปกครองคน ข้าราชการที่หนีออกไปจากกรุงศรีอยุธยาจึงไปรวมกันอยู่ที่ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลกเป็นจำนวนมาก

     2.ชุมนุมเจ้าพระฝาง ซึ่งเป็นผู้มีความสามารถทางคาถาอาคม เนื่องจากเจ้าพระฝางเป็นสังฆราชาเมืองสวางคบุรี ผู้คนนับถือว่าเป็นผู้วิเศษ    จึงตั้งตัวเป็นใหญ่ตั้งแต่อยู่ใน  สมณเพศ 

       3.ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช เป็นชุมนุมที่สำคัญทางตอนใต้ ซึ่งเดิมชื่อหลวงนายสิทธิเป็นปลัดเมือง ว่าราชการแทนเจ้าเมือง เมื่อทราบข่าวว่ากรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าจึงตั้งตนเป็นเจ้าเมืองหัวเมืองต่างๆ ทางภาคใต้จึงอยู่ภายใต้ของชุมนุมนี้

    4.ชุมนุมเจ้าพิมาย หรือ กรมหมื่นเทพพิพิธ โอรสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ประสูติจากพระสนม มีผู้คนมาเข้าร่วมด้วยมากเพราะถือเป็นเจ้านายอาวุโสในราชวงศ์บ้านพลูหลวง เหมาะสมที่จะปกครองกรุงศรีอยุธยาอย่างถูกทำนองครองธรรม

    5.ชุมนุมเจ้าพระยาตาก หรือพระยาวชิรปราการ ซึ่งมีเชื้อจีนเป็นลูกนายอากรบ่อนเบี้ยชื่อไหฮอง มารดาชื่อนางนกเอี้ยง เจ้าพระยาจักรีจึงขอรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมให้ชื่อว่า สิน  เป็นผู้ความสามารถและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ได้เข้ารับราชการมีความชอบจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวชิรปราการ

             เมื่อคราวพม่าล้อมเมืองพระยาตากพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่ก็มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้พระยาตากหมดกำลังใจ จึงตัดสินใจนำกำลังพล 500 คน ตีฝ่ากองทัพพม่าออกไปตั้งค่ายอยู่ที่เมืองระยอง จึงตั้งตนเป็นใหญ่ พวกที่ติดตามจึงเรียกว่า เจ้าตาก และพยายามยึดที่มั่นหัวเมืองเอกทางทะเลทางฝั่งตะวันออก คือเมืองจันทบุรี เนื่องจากสาเหตุดังนี้

      1.เป็นเมืองใหญ่ มีค่าย มีป้อมปราการ หอรบ เหมาะสำหรับใช้เป็นที่มั่นถาวร และเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมกำลังใจ

      2.ไม่เคยถูกพม่าหรือข้าศึกด้านอื่นๆโจมตีมาก่อน ดังนั้นจึงมีความอุดมสมบูรณ์ และกำลังคนมีขวัญกำลังใจดีมาก

      3.เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลมีประโยชน์ทางด้านยุทธศาสตร์ สามารถเตรียมกำลังไปตีพม่าได้สะดวก และสามารถหลบหนีออกทางทะเลได้

      4.เป็นศูนย์กลางในการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีน ได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะเป็นที่ฟื้นฟูฐานะทางเศรษฐกิจ

             

     การเข้าโจมตีเมืองจันทบุรีนั้น เจ้าตากได้อาศัยยุทธวิธีการทำสงครามคือ คืนก่อนจะเข้าตีเมืองจันทบุรีได้ให้อาหารหุงปรุงอาหารและกินกันให้อิ่ม ส่วนอาหารที่เหลือให้เททิ้งให้เททิ้งให้หมดเนื่องจากมื้อต่อไป เจ้าตากให้เข้าไปกินในเมือง ซึ่งเท่ากับว่าถ้าตีเมืองจันทบุรีไม่ได้จะต้องอดตาย จึงทำให้ตีเมืองจันทบุรีได้ภายในวันเดียวนั่นเอง

                                                               

BY : Maii~~

OH MY GODDDDD !!!!!!!

posted on 05 Dec 2007 19:56 by raknajj

ฮือๆๆๆ

อาจารย์กุลวัชน์บอกว่าให้กลุ่ม 7 เปลี่ยนหัวข้อเป็น

     . . ประวัติศาสตร์สมัยกรุงธนบุรี . .

เล่นเอา SAD เลย 

เอาเหอะๆ ไหนๆก็เปลี่ยนแล้ว  อัพข้อมูลใหม่ดีกว่า

พุ่งนี้กลุ่ม7 รายงานก็ขอให้

ติดตามชมด้วยนะจ๊า

BY - Maii~~

Princess Diane น่าร๊ากกก

posted on 22 Nov 2007 22:33 by raknajj

 

            * * * * * *

ม่ า กี๊ แ ว ะ ไ ป เ จ อ รู ป น่ า รั ก ๆ ม า   โ ด น ม า ก ก ก   เ ล ย แ ว ะ เ อ า ม า แ จ ก เ พื่ อ  น ๆ จ้ า   อิ อิ

Ps.ขอโทษนะคะจารย์กุลวัชน์ที่อัพไร้สาระ แต่หนูอยากเอารูปมาลงอ่า มันน่ารักงิ 

//**//เ ข้ า ม า แ ร้ ว เ ม้ น น น

                                    * * * * * *

 

 

edit @ 22 Nov 2007 23:02:33 by ความทรงจำสีจางจาง