ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ไ ท ย ส มั ย ธ น บุ รี
posted on 05 Dec 2007 20:19 by raknajj
<< E y E (เหมือนป่ะ 5 5 5+)
ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี
EyE SayS :
เมื่อ พ.ศ. 2310 ไทยได้เสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า หลังจากที่ถูกพม่าล้มกรุงอยู่นาน เมื่อพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกแล้ว ก็ได้กวาดต้อนผู้คนและเจ้านายหลายพระองค์ไปเป็นเชลยศึกที่เมืองพม่า และยังเผาทำลายเมือง วัดวาอาราม บ้านเมืองราษฎร และเผาพระพุทธรูปที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาคือ พระศรีสรรเพชญดาญาณ เพื่อนำทองที่หุ้มพระองค์อยู่ข้างนอกกลับไปพม่าด้วย สภาพบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพที่ที่ถูกทำลายเสียหายเป็นอย่างมาก
แม่ทัพพม่า คือ เนเมียวสีหบดี ก็ได้มอบหมายให้สุกี้ นายกองคุมทหาร 3000 คน ตั้งอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น และให้นายทองอินทร์ที่ไปเข้ากับพม่าเป็นคนจัดการเก็บทรัพย์สินและกวาดต้อนผู้คนเพื่อนำกลับไปพม่า และยกทัพกลับเมืองพม่า โดยไม่ได้ตั้งใจให้ผู้ใดเป็นผู้ปกครองกรุงศรีอยุธยาอย่างเป็นทางการ เจ้าเมืองใหญ่ต่างๆที่พม่ามิได้เดินทางผ่านจึงตั้งตัวเป็นชุมนุมขึ้น มีชุมนุมที่สำคัญดังนี้
1.ชุมนุมพระยาพิษณุโลก เป็นชุมนุมที่สำคัญทางตอนเหนือ เนี่องจากเจ้าพระยาพิษณุโลกเป็นขุนนางผู้ใหญ่ที่มีความสามารถมากทั้งด้านการรบ และการปกครองคน ข้าราชการที่หนีออกไปจากกรุงศรีอยุธยาจึงไปรวมกันอยู่ที่ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลกเป็นจำนวนมาก
2.ชุมนุมเจ้าพระฝาง ซึ่งเป็นผู้มีความสามารถทางคาถาอาคม เนื่องจากเจ้าพระฝางเป็นสังฆราชาเมืองสวางคบุรี ผู้คนนับถือว่าเป็นผู้วิเศษ จึงตั้งตัวเป็นใหญ่ตั้งแต่อยู่ใน สมณเพศ
3.ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช เป็นชุมนุมที่สำคัญทางตอนใต้ ซึ่งเดิมชื่อหลวงนายสิทธิเป็นปลัดเมือง ว่าราชการแทนเจ้าเมือง เมื่อทราบข่าวว่ากรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าจึงตั้งตนเป็นเจ้าเมืองหัวเมืองต่างๆ ทางภาคใต้จึงอยู่ภายใต้ของชุมนุมนี้
4.ชุมนุมเจ้าพิมาย หรือ กรมหมื่นเทพพิพิธ โอรสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ประสูติจากพระสนม มีผู้คนมาเข้าร่วมด้วยมากเพราะถือเป็นเจ้านายอาวุโสในราชวงศ์บ้านพลูหลวง เหมาะสมที่จะปกครองกรุงศรีอยุธยาอย่างถูกทำนองครองธรรม
5.ชุมนุมเจ้าพระยาตาก หรือพระยาวชิรปราการ ซึ่งมีเชื้อจีนเป็นลูกนายอากรบ่อนเบี้ยชื่อไหฮอง มารดาชื่อนางนกเอี้ยง เจ้าพระยาจักรีจึงขอรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมให้ชื่อว่า สิน เป็นผู้ความสามารถและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ได้เข้ารับราชการมีความชอบจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวชิรปราการ
เมื่อคราวพม่าล้อมเมืองพระยาตากพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่ก็มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้พระยาตากหมดกำลังใจ จึงตัดสินใจนำกำลังพล 500 คน ตีฝ่ากองทัพพม่าออกไปตั้งค่ายอยู่ที่เมืองระยอง จึงตั้งตนเป็นใหญ่ พวกที่ติดตามจึงเรียกว่า เจ้าตาก และพยายามยึดที่มั่นหัวเมืองเอกทางทะเลทางฝั่งตะวันออก คือเมืองจันทบุรี เนื่องจากสาเหตุดังนี้
1.เป็นเมืองใหญ่ มีค่าย มีป้อมปราการ หอรบ เหมาะสำหรับใช้เป็นที่มั่นถาวร และเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมกำลังใจ
2.ไม่เคยถูกพม่าหรือข้าศึกด้านอื่นๆโจมตีมาก่อน ดังนั้นจึงมีความอุดมสมบูรณ์ และกำลังคนมีขวัญกำลังใจดีมาก
3.เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลมีประโยชน์ทางด้านยุทธศาสตร์ สามารถเตรียมกำลังไปตีพม่าได้สะดวก และสามารถหลบหนีออกทางทะเลได้
4.เป็นศูนย์กลางในการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวจีน ได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะเป็นที่ฟื้นฟูฐานะทางเศรษฐกิจ
การเข้าโจมตีเมืองจันทบุรีนั้น เจ้าตากได้อาศัยยุทธวิธีการทำสงครามคือ คืนก่อนจะเข้าตีเมืองจันทบุรีได้ให้อาหารหุงปรุงอาหารและกินกันให้อิ่ม ส่วนอาหารที่เหลือให้เททิ้งให้เททิ้งให้หมดเนื่องจากมื้อต่อไป เจ้าตากให้เข้าไปกินในเมือง ซึ่งเท่ากับว่าถ้าตีเมืองจันทบุรีไม่ได้จะต้องอดตาย จึงทำให้ตีเมืองจันทบุรีได้ภายในวันเดียวนั่นเอง
BY : Maii~~
ติดตามชมด้วยนะจ๊า














